คุ้มไหมที่จะเปลี่ยน? ส่องสเปค All New KTM 390 Duke 2025

All New KTM 390 Duke 2025: การกลับมาของ “The Corner Rocket” ที่ดุดันและแรงกว่าเดิม! หากพูดถึงราชาแห่งรถ Naked Bike คลาสเริ่มต้น-กลาง คงหนีไม่พ้นตระกูล Duke จากค่ายสีส้ม และล่าสุดกับการเปิดตัว All New KTM 390 Duke (โมเดลปี 2024-2025) ที่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีสติ๊กเกอร์ แต่คือการ “ยกเครื่องใหม่ทั้งคัน” จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่า เจ้าปีศาจสีส้มตัวใหม่นี้ มีอะไรอัปเกรดขึ้นบ้าง และทำไมมันถึงยังคงเป็นรถที่ขี่สนุกที่สุดในคลาสนี้ 1. ขุมพลังใหม่ LC4c พิกัด 399cc แรงบิดติดมือ ลืมเครื่อง 373cc ตัวเดิมไปได้เลย! เพราะ All New KTM 390 Duke มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกใหม่รหัส LC4c (Compact) ที่ขยายความจุเป็น 399 cc แรงม้า: เพิ่มขึ้นเป็น 44.25 แรงม้า (HP) แรงบิด: 39 นิวตันเมตร จุดเด่น: เครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาลง แต่ให้พละกำลังที่จัดจ้านขึ้นผ่านมาตรฐาน Euro 5+ พร้อมเกียร์ 6 สปีด และระบบ Quickshifter+ (ในบางรุ่นย่อย) ที่ช่วยให้การต่อเกียร์ลื่นไหลไม่มีสะดุด 2. ดีไซน์เฟรมใหม่ และช่วงล่างระดับเทพ สิ่งที่ทำให้ Duke โดดเด่นกว่าคูแข่งเสมอคือ “ช่วงล่าง” โครงสร้างเฟรม 2 ชิ้น ตัวรถใช้เฟรมหลักแบบโครงเหล็กถัก (Steel Trellis Frame) ผสานกับซับเฟรมท้ายแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป (Die-cast Aluminum) ทำให้รถดูโปร่ง เบา และมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเข้าโค้งแคบๆ ระบบกันสะเทือน WP APEX โช้คหน้า: WP APEX ขนาด 43 มม. แบบ Open Cartridge สามารถปรับตั้งค่า Compression และ Rebound ได้ถึง 5 ระดับ! (หาได้ยากมากในรถคลาสนี้) โช้คหลัง: WP APEX Monoshock ปรับ Preload และ Rebound ได้ รองรับทุกสรีระการขับขี่ 3. เทคโนโลยีจัดเต็ม หน้าจอ TFT และโหมดการขับขี่ หน้าจอ: TFT 5 นิ้ว สีสันคมชัด เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ Riding Modes: มีให้เลือกทั้ง Street (ใช้งานทั่วไป) และ Rain (เมื่อฝนตก) Track Screen: สำหรับสายซิ่ง หน้าจอจะเปลี่ยนกราฟิกเน้นรอบเครื่องยนต์ พร้อมฟีเจอร์จับเวลาต่อรอบ และที่เด็ดที่สุดคือ Launch Control ช่วยให้ออกตัวจากจุดหยุดนิ่งได้ราวกับรถแข่ง 4. เตรียมรับมือความแรง! เลือกยางแบบไหนให้เหมาะกับ KTM 390 Duke? รถแรงขนาดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ยาง” ที่จะถ่ายทอดพลังลงสู่พื้นถนน เดิมโรงงานมักให้ยางติดรถมาในเกรดกลางๆ แต่ถ้าอยากดึงสมรรถนะ The Corner Rocket ออกมาให้สุด เราแนะนำให้เตรียมอัปเกรดดังนี้: สายมุดในเมือง + ออกทริป (Sport Touring) เน้นความทนทาน รีดน้ำดี แต่ยังเทโค้งได้สนุก แนะนำ: Pirelli Angel GT II หรือ Rosso Sport สายสนาม + โค้งหนักๆ (Hypersport) สำหรับคนที่ซื้อ Duke มาเพื่อเล่นโค้งโดยเฉพาะ ต้องการความหนึบระดับสูงสุด แนะนำ: Pirelli Diablo Rosso IV หรือ Supercorsa สรุป: KTM 390 Duke 2025 คุ้มค่าการรอคอยหรือไม่? ด้วยสเปคที่ให้มาแบบ Over Class ทั้งช่วงล่างปรับได้ เครื่องยนต์ใหม่ และเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทำให้ All New KTM 390 Duke กลายเป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับคนที่มองหาความตื่นเต้นในพิกัดไม่เกิน 400cc อย่างไม่ต้องสงสัย เป็นเจ้าของ All New KTM 390 Duke 2025 ได้แล้ววันนี้ที่ Showpow! ไม่ต้องรอเก้อ! ใครที่โดนตกเข้าเต็มเปา อยากสัมผัสความดุดันของ “The Corner Rocket” คันจริง Showpow Performance จัดมาให้คุณแล้ว พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษและของแถมแบบจัดเต็ม ราคาจำหน่าย All New KTM 390 Duke 2025 ราคาเงินสด: 199,000 บาท สนใจเช็คราคายาง หรือจองคิวรับบริการ ทักแชทหาเราได้เลยครับ! สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com

4 ปัญหาใหญ่ที่จะตามมา หากเปลี่ยนยางแล้วไม่ “ถ่วงล้อมอเตอร์ไซค์”

ไม่ถ่วงล้อ…อันตรายไหม? 4 ปัญหาใหญ่ที่จะตามมา หากเปลี่ยนยางแล้วไม่ “ถ่วงล้อมอเตอร์ไซค์” เคยไหมครับ? เพิ่งเปลี่ยนยางเส้นใหม่มาหมาดๆ กะว่าจะบิดให้มันมือ แต่พอลองทำความเร็ว กลับรู้สึกว่ารถสั่น แฮนด์สะท้านมือ หรือรถมีอาการโคลงเคลงแปลกๆ… อาการเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากยางไม่ดี แต่เกิดจากการที่คุณมองข้ามขั้นตอนเล็กๆ ที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ “การถ่วงล้อมอเตอร์ไซค์” (Wheel Balancing) หลายคนสงสัยว่า เปลี่ยนยางต้องถ่วงล้อไหม? หรือรถมอเตอร์ไซค์จำเป็นต้องซีเรียสเรื่องนี้เหมือนรถยนต์หรือเปล่า? วันนี้ Showpow จะพามาดู 4 หายนะที่จะเกิดขึ้นกับรถคู่ใจ หากคุณละเลยการถ่วงล้อครับ 1. อาการรถสั่นสะท้าน (Vibration) ควบคุมยาก นี่คือสัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุด! หากล้อรถไม่มีความสมดุล (Unbalance) แม้เพียงไม่กี่กรัม แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางขณะล้อหมุนด้วยความเร็วสูง จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาที่แฮนด์ ผลเสีย: มือชา แขนล้าขณะขับขี่ทางไกล ทำให้การควบคุมรถแย่ลง และลดความสนุกในการขับขี่อย่างมา 2. ยางสึกไม่เรียบ “ยางกินข้าง” หรือเป็นบั้ง เมื่อล้อหมุนไม่สมดุล หน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนนจะไม่สม่ำเสมอ บางจุดกดหนัก บางจุดกดเบา ทำให้เกิดอาการ ยางกินข้าง หรือสึกเป็นบั้งๆ (Cupping) ผลเสีย: อายุการใช้งานของยางสั้นลงกว่าปกติมหาศาล ยางราคาหลายพันอาจพังเสียหายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คุณต้องควักกระเป๋าเปลี่ยนยางใหม่เร็วกว่ากำหนด 3. ช่วงล่างและลูกปืนล้อพังไว (Suspension Damage) แรงสั่นสะเทือนจากการไม่ถ่วงล้อ ไม่ได้ส่งผลแค่ที่มือเรา แต่ยังส่งแรงกระแทกซ้ำๆ ไปยังชิ้นส่วนเกี่ยวเนื่อง ลูกปืนล้อ: รับภาระหนักขึ้น เสี่ยงแตกหรือหลวมไว โช้คอัพ: ซีลโช้คอาจรั่วซึมได้ง่ายขึ้นจากการสั่นสะเทือนที่รุนแรงและต่อเนื่อง ผลเสีย: ค่าซ่อมช่วงล่างบิ๊กไบค์นั้นแพงกว่าค่าถ่วงล้อหลายเท่าตัว! 4. อันตรายเมื่อใช้ความเร็วสูง (High-Speed Instability) สำหรับชาว Big Bike ที่ใช้ความเร็วสูง การทรงตัวคือเรื่องคอขาดบาดตาย ล้อที่ไม่สมดุลจะทำให้รถเกิดอาการ “Wobble” หรือการสะบัดที่ล้อหน้าเมื่อความเร็วสูง ผลเสีย: รถเสียการทรงตัว อาจเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งหรือเบรกหนัก เมื่อไหร่ที่ควรนำรถไป “ถ่วงล้อ”? เราขอแนะนำให้คุณเข้ารับบริการร้านถ่วงล้อมาตรฐาน ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์เหล่านี้: ทุกครั้งที่เปลี่ยนยางเส้นใหม่: (จำเป็นที่สุด ห้ามละเลย!) เมื่อตะกั่วถ่วงล้อหลุดหาย: สังเกตเห็นรอยกาวเดิมแต่ไม่มีตะกั่วแปะอยู่ รู้สึกว่ารถสั่นผิดปกติ: ที่ความเร็วเดิมที่เคยขี่ ล้อกระแทกหลุมรุนแรง: จนแม็กดุ้ง หรือยางบวม สรุป: การถ่วงล้อ คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยที่คุ้มค่าที่สุด การ ถ่วงล้อมอเตอร์ไซค์ เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ไม่ควรตัดออก เพราะช่วยให้รถนิ่ง ขี่นุ่มนวล ยืดอายุยาง และที่สำคัญคือ “ปลอดภัย” มองหาร้านเปลี่ยนยางพร้อมถ่วงล้อมาตรฐาน? มาที่ Showpow Performance ที่ Showpow เราไม่เพียงแค่ขายยาง แต่เราใส่ใจในทุกขั้นตอนการติดตั้ง เราใช้ เครื่องถ่วงล้อระบบคอมพิวเตอร์ ความแม่นยำสูง สำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ เลือกใช้ตะกั่วถ่วงล้อเกรดดี ติดแน่น ทนทาน บริการโดยช่างมืออาชีพที่เข้าใจสเปครถ Big Bike ทุกรุ่น อย่าปล่อยให้รถสั่นจนเสียอารมณ์ แวะมาเช็คสมดุลล้อกับเราได้เลย ทักแชทจองคิววันนี้! สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com สินค้าที่เกี่ยวข้อง -16% Pirelli DIABLO ROSSO S… 4,500.00฿ Original price was: 4,500.00฿.3,800.00฿Current price is: 3,800.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -3% Pirelli Angel GT : 110… 12,330.00฿ Original price was: 12,330.00฿.11,900.00฿Current price is: 11,900.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -14% Pirelli MT60 RS : 120/… 13,820.00฿ Original price was: 13,820.00฿.11,900.00฿Current price is: 11,900.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -2% Pirelli ANGEL SCOOTER … 4,250.00฿ Original price was: 4,250.00฿.4,150.00฿Current price is: 4,150.00฿. หยิบใส่ตะกร้า

5 วิธีดูแลยางมอเตอร์ไซค์ ให้ “เหนียว หนึบ” และใช้งานได้นานเกินคุ้ม!

5 วิธีดูแลยางมอเตอร์ไซค์ ให้ "เหนียว หนึบ" และใช้งานได้นานเกินคุ้ม!

5 วิธีดูแลยางมอเตอร์ไซค์ ให้ “เหนียว หนึบ” และใช้งานได้นานเกินคุ้ม! “ยางรถมอเตอร์ไซค์” เปรียบเสมือนรองเท้าของรถคู่ใจ นอกจากจะเป็นชิ้นส่วนเดียวที่แตะพื้นถนนแล้ว ยังมีราคาสูงโดยเฉพาะยางบิ๊กไบค์เกรดพรีเมียม หลายคนจึงอยากรู้วิธีที่จะช่วย ยืดอายุยางรถมอเตอร์ไซค์ ให้ใช้งานได้นานที่สุด คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป วันนี้ Showpow จะมาแชร์เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลรักษาที่จะช่วยให้ยางรถของคุณคงประสิทธิภาพความหนึบ ปลอดภัย และอยู่คู่รถคุณไปได้อีกนานครับ 1. “ลมยาง” คือหัวใจสำคัญ ต้องเช็คให้ชัวร์ เรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุด การเติมลมยางให้ถูกต้องตามคู่มือรถ (หรือดูที่สติ๊กเกอร์ข้างสวิงอาร์ม) จะช่วยรักษารูปทรงของหน้ายาง ลมอ่อนเกินไป: แก้มยางทำงานหนัก เกิดความร้อนสูง ยางสึกไว และรถอืด ลมแข็งเกินไป: พื้นที่ยึดเกาะน้อยลง กระด้าง และเสี่ยงลื่นไถล คำแนะนำ: ควร เช็คลมยางบิ๊กไบค์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุกครั้งก่อนออกทริปทางไกล (และควรวัดตอนยางเย็นเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด) 2. การทำความสะอาด ล้างผิดชีวิตเปลี่ยน หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องลงแว็กซ์ยางให้เงาถึงจะดี แต่ความจริงแล้ว สารเคมีบางชนิดเป็นศัตรูกับเนื้อยาง หลีกเลี่ยงน้ำยาขัดยางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-based) บริเวณหน้ายาง เพราะจะทำให้ลื่น ล้มพับได้ง่ายๆ ใช้น้ำยาล้างรถทั่วไป หรือน้ำสบู่ ล้างคราบโคลนและน้ำมันออกจากยางก็เพียงพอแล้ว 3. อย่าจอดตากแดดนานเกินไป ศัตรูตัวร้ายของยางคือรังสี UV และความร้อนสะสม หากจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานานบ่อยๆ จะทำให้เนื้อยางแข็งกระด้าง (Dead Tire) แตกลายงา และเสียความยืดหยุ่นในการเกาะถนน Tip: หากเลี่ยงไม่ได้ ให้หาผ้าคลุมรถมาคลุม หรือพยายามจอดในที่ร่มเสมอ 4. จอดนานต้องระวัง “ยางตาย” (Flat Spot) สำหรับสายจอด หรือคนที่มีรถหลายคัน การจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยน้ำหนักรถกดทับที่จุดเดิมตลอดเวลา จะทำให้ยางเสียรูปทรง หรือเกิดอาการ “ยางแบนราบ” บริเวณที่สัมผัสพื้น คำแนะนำ: ใช้ สแตนด์ยกรถ (Paddock Stand) เพื่อยกล้อให้ลอยจากพื้น หรือหมั่นเข็นขยับรถทุกๆ สัปดาห์เพื่อเปลี่ยนจุดสัมผัสพื้น 5. รันอินยางใหม่ ให้ถูกวิธี (Scrubbing in) เมื่อเปลี่ยนยางเส้นใหม่มา อย่าเพิ่งซิ่งหมดปลอก! เพราะยางใหม่จะมีสารเคลือบหน้ายาง (Release Agent) จากโรงงานซึ่งมีความลื่น ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังในช่วง 100-200 กิโลเมตรแรก ค่อยๆ เพิ่มองศาการเอียงรถ เพื่อเปิดหน้ายางให้ครบทุกส่วน ก่อนจะใช้งานเต็มสมรรถนะ สัญญาณเตือน! ยางเสื่อมสภาพดูยังไง? ถึงเวลาต้องเปลี่ยนหรือยัง? การฝืนใช้ยางที่หมดสภาพอันตรายถึงชีวิต เช็คได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองดังนี้: สะพานยาง (TWI – Tread Wear Indicator) สังเกตปุ่มนูนเล็กๆ ในร่องดอกยาง ถ้าดอกยางสึกจนเสมอเป็นระนาบเดียวกับปุ่มนี้ แสดงว่ายางหมดอายุขัยแล้ว ต้องเปลี่ยนทันที รอยแตกลายงาและแผลฉีกขาด หากพบรอยแตกเล็กๆ ทั่วแก้มยาง หรือมีรอยบาดลึกถึงโครงสร้างยาง ไม่ควรซ่อมหรือฝืนใช้ต่อ เพราะเสี่ยงยางระเบิดขณะทำความเร็ว อายุยาง (ปีผลิต) โดยปกติยางจะมีอายุการใช้งานดีที่สุดไม่เกิน 3-5 ปีนับจากวันผลิต (ดูเลข 4 หลักที่แก้มยาง เช่น 4523 คือ สัปดาห์ที่ 45 ปี 2023) แม้ดอกยางจะยังเหลือ แต่เนื้อยางอาจจะแข็งจนไม่เกาะถนนแล้ว เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์คุณภาพ มั่นใจที่ Showpow Performance วิธีดูแลยางมอเตอร์ไซค์ ที่ดีช่วยยืดอายุได้จริง แต่เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน อย่าเสี่ยงกับยางคุณภาพต่ำ! ที่ Showpow เราคือศูนย์บริการเปลี่ยนยางบิ๊กไบค์ครบวงจร มีให้เลือกทั้ง Pirelli และแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ พร้อมเครื่องถ่วงล้อมาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจคนรักรถ ถึงเวลาเช็คสุขภาพยางของคุณหรือยัง? ทักหาเรา หรือแวะเข้ามาที่ Showpow ได้เลยครับ สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com สินค้าที่เกี่ยวข้อง -4% Pirelli Angel GT : 110… 12,330.00฿ Original price was: 12,330.00฿.11,800.00฿Current price is: 11,800.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -4% Pirelli SCORPION TRAIL… 14,230.00฿ Original price was: 14,230.00฿.13,700.00฿Current price is: 13,700.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -5% Pirelli ANGEL SCOOTER … 4,410.00฿ Original price was: 4,410.00฿.4,200.00฿Current price is: 4,200.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -12% Pirelli MT60 RS : 120/… 14,000.00฿ Original price was: 14,000.00฿.12,300.00฿Current price is: 12,300.00฿. หยิบใส่ตะกร้า

เจาะลึก โช๊คอัพมอเตอร์ไซค์ ปรับเซ็ตยังไงให้นุ่มหนึบ เปลี่ยนโช๊คแต่งดีไหม

เจาะลึก โช๊คอัพมอเตอร์ไซค์ ปรับเซ็ตยังไงให้นุ่มหนึบ เปลี่ยนโช๊คแต่งดีไหม

เจาะลึก “โช๊คอัพมอเตอร์ไซค์” หัวใจของการทรงตัว เลือกแบบไหนให้รถนิ่ง เข้าโค้งเนียน? เคยไหม? เข้าโค้งแล้วรถย้วย ขี่ผ่านลูกระนาดแล้วรถเด้งไม่หยุด หรือรู้สึกกระด้างจนปวดหลัง… อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคุณขี่ไม่เก่ง แต่อาจเป็นเพราะ “โช๊คอัพมอเตอร์ไซค์” (Shock Absorber) ของคุณยังไม่ได้ประสิทธิภาพ หรือยังไม่ได้ปรับเซ็ตให้เข้ากับน้ำหนักและการขับขี่ของคุณ ระบบกันสะเทือนคือ “ฮีโร่ปิดทองหลังพระ” ที่รับหน้าที่หนักที่สุดในรถบิ๊กไบค์ วันนี้ Showpow จะพามาทำความรู้จักกลไกการทำงาน และคำศัพท์เทคนิคอย่าง Preload, Rebound, Compression ว่ามันคืออะไร เพื่อให้คุณรีดสมรรถนะรถออกมาได้สูงสุดครับ! 1. โช๊คอัพ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ “รับน้ำหนัก” หลายคนเข้าใจผิดว่าโช๊คอัพมีหน้าที่รับน้ำหนัก แต่จริงๆ แล้วนั่นคือหน้าที่ของ “สปริง” (Spring) สปริง: รับแรงกระแทกและน้ำหนักรถ โช๊คอัพ (Damper): มีหน้าที่ “หน่วง” การเต้นของสปริง ไม่ให้รถเด้งดึ๋งไปมาไม่หยุด ทำให้ล้อสัมผัสพื้นถนนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะ (Traction) และความปลอดภัย 2. แกะศัพท์เทคนิค! ปรับโช๊คแต่ง ต้องรู้อะไรบ้าง? หากคุณเปลี่ยนมาใช้ โช๊คแต่งบิ๊กไบค์ (เช่น YSS, Öhlins) คุณจะพบปุ่มปรับค่าต่างๆ มากมาย มาดูกันว่าแต่ละค่าคืออะไร: Preload (พรีโหลด) คือการปรับความแข็ง-อ่อนของสปริงเบื้องต้น เพื่อรองรับน้ำหนักตัวคนขี่และสัมภาระ ปรับให้ถูกต้อง: เมื่อนั่งบนรถ รถควรยุบตัวลงในระยะที่เหมาะสม (Sag) ไม่ยุบจนยัน หรือแข็งจนไม่ยุบเลย Rebound Damping (รีบาวด์) คือการปรับความหนืดในจังหวะที่โช๊ค “ยืดตัวออก” (คืนตัว) หนืดน้อย (Fast): โช๊คคืนตัวเร็ว รถอาจจะเด้ง เรร่อน ไม่เกาะถนน หนืดมาก (Slow): โช๊คคืนตัวช้า รถจะนิ่งแต่กระด้าง ขี่ต่อเนื่องแล้วช่วงล่างอาจจะแข็งเกร็ง (Pack up) Compression Damping (คอมเพรสชั่น) คือการปรับความหนืดในจังหวะที่โช๊ค “ยุบตัวลง” สำคัญมาก: ช่วยต้านแรงกดเมื่อเบรกหนักๆ หรือเข้าโค้งแรงๆ ไม่ให้หน้ารถทิ่ม หรือท้ายรถย้วยจนเสียอาการ 3. โช๊คเดิมติดรถ vs โช๊คแต่ง ต่างกันแค่ไหน? ทำไมคนขี่ Big Bike ถึงนิยมเปลี่ยนโช๊ค? โช๊คเดิม (Stock): ออกแบบมาแบบ “กลางๆ” เพื่อให้คนทั่วไปขี่ได้ มักปรับได้แค่ Preload และเมื่อใช้ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก มักจะมีอาการย้วย โช๊คแต่ง (Performance): ใช้วัสดุที่ดีกว่า ระบายความร้อนน้ำมันโช๊คได้ดีกว่า (มีซับแทงค์) และที่สำคัญคือ “ปรับจูนได้ละเอียด” ให้เข้ากับสรีระและสไตล์การขี่ของเจ้าของรถแต่ละคน 4. สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนหรือซ่อมโช๊ค? โช๊คอัพก็มีอายุการใช้งาน สังเกตอาการเหล่านี้ให้ดี: มีคราบน้ำมันไหลเยิ้ม: ที่แกนโช๊ค แสดงว่าซีลแตก น้ำมันรั่ว (อันตรายมากหากน้ำมันหยดลงจานเบรกหรือยาง) รถเด้งไม่หยุด: ขี่ผ่านเนินแล้วรถเด้งขึ้นลงหลายรอบ แสดงว่าระบบหน่วง (Damper) พังแล้ว ยางสึกเป็นบั้ง: เกิดจากล้อเต้นผิดปกติ ทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นไม่สม่ำเสมอ อัปเกรดช่วงล่าง มั่นใจทุกโค้ง ที่ Showpow Performance การเซ็ตโช๊คเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าปรับมั่ว รถอาจขี่ยากกว่าเดิม! ที่ Showpow เราคือตัวแทนจำหน่ายโช๊คอัพแบรนด์ดังระดับโลก ทั้ง YSS, Öhlins, Showa สำหรับบิ๊กไบค์ทุกรุ่น พร้อมบริการติดตั้งและ Setup โดยช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้คุณได้ช่วงล่างที่ “นุ่ม หนึบ” และปลอดภัยที่สุด อยากจบปัญหาช่วงล่าง หรือมองหาโช๊คแต่งคู่ใจ ทักมาปรึกษาเราได้เลยครับ สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com สินค้าที่เกี่ยวข้อง YSS G-SPORT SERIES HON… 3,990.00฿ เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page YSS G-SPORT SERISEHOND… 8,900.00฿ เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page OHLINS ITALJET DRAGSTE… 14,000.00฿ หยิบใส่ตะกร้า YSS โช๊คหลัง HONDA CLI… 500.00฿ เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page YSS G-TX SERIES HONDA … 10,900.00฿ หยิบใส่ตะกร้า OHLINS HONDA FORZA350 25,000.00฿ หยิบใส่ตะกร้า OHLINS VESPA GTS300 หน… 18,300.00฿ อ่านเพิ่ม YSS G-SERIES HONDA ADV… 2,650.00฿ เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ เกรดไหนดี ลื่นสุด?

น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ ฉบับหมดเปลือก! เกรดไหนดี ลื่นสุด

เจาะลึกเรื่อง “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” เลือกยังไงให้เครื่องฟิต บิดติดมือ? “น้ำมันเครื่อง” เปรียบเสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจของรถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะรถ Big Bike ที่มีรอบเครื่องจัดและความร้อนสูง การเลือก น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ ที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการหล่อลื่น แต่คือการปกป้องเครื่องยนต์ เพิ่มแรงม้า และระบายความร้อน หลายคนอาจสงสัยว่า ตัวเลขหน้าขวด (เช่น 10W-40, 10W-50) คืออะไร? หรือน้ำมันเครื่องรถเล็กกับรถบิ๊กไบค์ใช้ด้วยกันได้ไหม? วันนี้ Showpow สรุปมาให้ครบ จบในที่เดียวครับ 1. ประเภทของน้ำมันเครื่อง (Base Oil) ต่างกันอย่างไร? สิ่งแรกที่ต้องดูคือ “เกรด” ของน้ำมันเครื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและราคา: น้ำมันเครื่องธรรมดา (Mineral Oil) ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบ ราคาถูกที่สุด แต่อายุการใช้งานสั้น และทนความร้อนได้ไม่ดีนัก เหมาะกับ: รถใช้งานทั่วไป ซีซีน้อย ขี่ไม่เร็ว น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) เป็นการผสมระหว่างน้ำมันธรรมดากับสารสังเคราะห์ เพื่อเพิ่มคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เหมาะกับ: รถใช้งานในเมือง รถแม่บ้าน หรือรถสปอร์ตขนาดเล็ก (150-300cc) น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% (Fully Synthetic) นี่คือ “The Best” สำหรับรถมอเตอร์ไซค์! ผลิตจากกระบวนการทางเคมีทั้งระบบ โมเลกุลน้ำมันเรียงตัวสม่ำเสมอ ทนความร้อนสูงมาก ระเหยช้า และปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด เหมาะกับ: รถ Big Bike ทุกประเภท, รถที่ใช้รอบสูง, รถแข่ง หรือคนที่รักรถเป็นพิเศษ 2. อ่านค่าความหนืด (SAE) ให้เป็น เลือกให้ตรงสเปค ตัวเลขบนกระป๋อง เช่น 10W-40 หรือ 10W-50 บอกอะไรเรา? ตัวเลขหน้า W (Winter): บอกค่าความลื่นไหลในอุณหภูมิต่ำ (บ้านเราเมืองร้อน อาจไม่เน้นมาก แต่เลขน้อยๆ สตาร์ทติดง่ายน้ำมันไปเลี้ยงระบบไว) ตัวเลขหลัง W (ความหนืด): สำคัญมาก! บอกค่าความหนืดที่อุณหภูมิทำงาน (100°C) เบอร์ 30-40: เหมาะกับรถใหม่, รถใช้งานทั่วไป, ระบายความร้อนด้วยน้ำ เบอร์ 50-60: เหมาะกับรถ Big Bike เครื่องยนต์ใหญ่, รถระบายความร้อนด้วยอากาศ, รถเก่าเครื่องหลวม หรือรถที่ขี่แช่รอบสูงยาวๆ 3. มาตรฐาน JASO เรื่องต้องรู้ของรถมีเกียร์ vs ออโตเมติก อย่าหยิบผิดเด็ดขาด! เพราะระบบคลัตช์ของรถแต่ละประเภทต้องการสารเติมแต่งต่างกัน: JASO MA / MA2: สำหรับ รถเกียร์ธรรมดา (Wet Clutch) มีสารเพิ่มความฝืด ช่วยให้คลัตช์จับตัวดี ไม่ลื่น JASO MB: สำหรับ รถสกู๊ตเตอร์/ออโตเมติก (Dry Clutch) เน้นความลื่นสูงสุด ช่วยประหยัดน้ำมัน (ห้ามเอาไปใส่รถมีเกียร์ คลัตช์จะลื่นทันที!) 4. ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่? (ระยะถ่ายน้ำมันเครื่อง) ระยะการเปลี่ยนถ่ายขึ้นอยู่กับเกรดน้ำมันและการใช้งาน: น้ำมันเครื่องธรรมดา: ทุกๆ 1,500 – 2,000 กม. กึ่งสังเคราะห์: ทุกๆ 3,000 – 4,000 กม. สังเคราะห์ 100%: ทุกๆ 5,000 – 6,000 กม. (หรือสูงสุด 1 ปี หากวิ่งน้อย) > Tip: สำหรับสายซิ่งหรือออกทริปหนักๆ แนะนำให้เปลี่ยนเร็วกว่ากำหนด เพื่อความสดใหม่ของน้ำมันครับ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องบิ๊กไบค์ ต้องที่ Showpow Performance การดูแลรถบิ๊กไบค์ ไม่ใช่แค่การไขน็อตถ่ายน้ำมัน แต่ต้องมีการเช็คแหวนรองน็อต, กรองน้ำมันเครื่อง, และแรงขันปอนด์ที่ถูกต้องตามคู่มือ ที่ Showpow เรามีน้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียมให้เลือกครบทุกแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Motul, Liqui Moly, Amsoil พร้อมบริการเปลี่ยนถ่ายโดยช่างมืออาชีพ อยากให้เครื่องยนต์ลื่น แรง เงียบ เหมือนรถใหม่? แวะมาเลือกน้ำมันเครื่องสูตรที่ใช่สำหรับรถคุณได้ที่ Showpow ครับ สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com สินค้าที่เกี่ยวข้อง MOTUL 4T 5100 x3 + OIL… 1,099.00฿ เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page -25% REPSOL MOTO CLEANER &#… 390.00฿ Original price was: 390.00฿.292.00฿Current price is: 292.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -33% Motul 4T Scooter Exper… 660.00฿ Original price was: 660.00฿.444.00฿Current price is: 444.00฿. หยิบใส่ตะกร้า REPSOL MOTO RACING 4T … 1,000.00฿ หยิบใส่ตะกร้า -25% RP173X51 LUBRICANT REP… 440.00฿ Original price was: 440.00฿.330.00฿Current price is: 330.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -18% GULF POWER TRAC 4T + ก… 1,700.00฿ Original price was: 1,700.00฿.1,399.00฿Current price is: 1,399.00฿. เลือกรูปแบบ This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page MOTUL 4T Scooter POWER… 898.00฿ หยิบใส่ตะกร้า MOTUL 4T Scooter POWER… 839.00฿ หยิบใส่ตะกร้า

ประเภทของยางมอเตอร์ไซค์ มีกี่ประเภทและเลือกใช้งานยังไงบ้าง ?

เจาะลึก “ประเภทของยางมอเตอร์ไซค์” เลือกแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณ? การเลือก ” ยางรถมอเตอร์ไซค์ “ ไม่ใช่แค่เรื่องของขนาด แต่คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยและสมรรถนะในการขับขี่ โดยเฉพาะชาวบิ๊กไบค์ (Big Bike) ยางบิ๊กไบค์ ที่ต้องใช้ความเร็วและการควบคุมที่แม่นยำ การรู้จัก ประเภทของยางมอเตอร์ไซค์ จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพของรถออกมาได้สูงสุด และขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ยางรถสกู๊ตเตอร์ (Scooter Tires) ออกแบบมาเพื่อรถออโตเมติกหรือสกู๊ตเตอร์โดยเฉพาะ เน้นความนุ่มนวล การรีดน้ำที่ดี และความคล่องตัวในการซอกแซกในเมือง ปัจจุบันมีรุ่นที่รองรับ Big Scooter สมรรถนะสูงด้วย เหมาะสำหรับ: รถ XMAX, Forza, Vespa หรือสกู๊ตเตอร์ใช้งานในเมือง รุ่นแนะนำ: Pirelli Diablo Rosso Scooter, Angel Scooter ยางสปอร์ต (Sport / Hypersport Tires) ยางประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อรถสมรรถนะสูงที่เน้นการใช้ความเร็วบนทางเรียบเป็นหลัก จุดเด่นคือเนื้อยางที่ค่อนข้างนิ่ม (Soft Compound) เพื่อให้ยางเกาะถนนได้ดีที่สุดในขณะเข้าโค้งและทำความเร็ว เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว, ขับขี่ใน สนามแข่ง (Track Day), หรือขี่บนถนนแห้งเป็นหลัก ข้อควรระวัง: อายุการใช้งานจะสั้นกว่ายางประเภทอื่น และอาจไม่เกาะถนนนักเมื่อเจอพื้นเปียกหรือทางฝุ่น รุ่นแนะนำ: Pirelli Diablo Supercorsa SP, Diablo Rosso IV Corsa ยางสปอร์ตทัวร์ริ่ง (Sport Touring Tires) นี่คือยางยอดนิยมสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและสายออกทริป เป็นลูกผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและความทนทานแบบทัวร์ริ่ง ออกแบบมาให้รีดน้ำได้ดี ยึดเกาะได้ดีทั้งถนนแห้งและเปียก และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะสำหรับ: การใช้งานในชีวิตประจำวัน, การออกทริปทางไกล, ขี่เที่ยวต่างจังหวัด จุดเด่น: รีดน้ำดีเยี่ยม ทนทาน วิ่งได้ระยะทางไกลกว่ายางสปอร์ต รุ่นแนะนำ: Pirelli Angel GT II, Angel City ยางวิบาก / ออฟโรด (Off-Road / Enduro / Motocross) ยางที่มีดอกยางเป็นบั้งใหญ่ (Knobby Tires) ชัดเจน เพื่อเน้นการตะกุยโคลน ทราย และหินโดยเฉพาะ เนื้อยางมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อรับแรงกระแทก เหมาะสำหรับ: การขับขี่ในป่า, ทางวิบาก, หรือการแข่งขัน Enduro/Motocross ไม่เหมาะกับการวิ่งบนถนนลาดยางด้วยความเร็วสูง รุ่นแนะนำ: Pirelli Scorpion XC, MT 21 Rallycross ยางแอดเวนเจอร์ / ดูอัลเพอร์โพส (Adventure / Dual Purpose) สำหรับสายลุยที่ขี่รถแนว Adventure Touring ยางประเภทนี้คือคำตอบ ออกแบบมาให้มีร่องดอกยางที่ลึกและกว้างกว่าปกติ เพื่อให้ตะกุยดินหรือทรายได้ แต่ยังคงสมรรถนะการเกาะถนนลาดยางไว้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับ: รถแนว Adventure ที่ขี่เที่ยวทั้งบนถนนและทางลูกรัง (เช่น สัดส่วนทางเรียบ 70% / ทางฝุ่น 30%) จุดเด่น: ลุยได้หลากหลายสภาพถนน โครงสร้างยางแข็งแรงรับน้ำหนักบรรทุกได้ดี รุ่นแนะนำ: Pirelli Scorpion Trail III, Scorpion Rally STR โครงสร้างยาง: Radial vs Bias ต่างกันอย่างไร? นอกจากลวดลายดอกยางแล้ว โครงสร้างภายในก็สำคัญ: ยางเรเดียล (Radial): โครงสร้างเสริมใยเหล็ก ระบายความร้อนดีเยี่ยม รองรับความเร็วสูงได้ดี เหมาะกับรถ Big Bike เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ยางไบอัส (Bias / Cross-ply): โครงสร้างผ้าใบซ้อนกัน แข็งแรง ทนทานต่อการบรรทุกหนัก ลุยทางขรุขระได้ดี แต่ไม่เหมาะกับความเร็วสูงมากนัก มักพบในรถขนาดเล็กหรือรถครุยเซอร์ สรุป: เลือกยางยังไงให้คุ้มค่าที่สุด? การเลือกยางที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเลือกยางที่ “แพงที่สุด” แต่คือการเลือกยางที่ “ตรงกับการใช้งานจริงของคุณที่สุด” ชอบเทโค้ง ขี่เร็ว > ไป Sport ชอบขี่เที่ยวทางไกล เจอฝนบ้าง > ไป Sport Touring สายลุยป่า ขี่ข้ามจังหวัด > ไป Adventure เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์ คุณภาพ ต้องที่ Showpow Performance หากคุณยังไม่แน่ใจว่ารถของคุณควรใส่ยางรุ่นไหน หรือต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเรื่อง Big Bike แวะมาปรึกษาเราได้ที่ Showpow เรามีทีมช่างมืออาชีพและยางแบรนด์ชั้นนำอย่าง Pirelli ครบทุกรุ่น พร้อมให้บริการเปลี่ยนถ่วงด้วยเครื่องมือมาตรฐาน สนใจเช็คราคายาง หรือจองคิวรับบริการ ทักแชทหาเราได้เลยครับ! สาขาอ่อนนุช: 091-721-9516 สาขาบางพลี: 081-160-9017 สาขาประชาอุทิศ: 088-689-8274 สาขาบางบอน: 099-094-6668 อ้างอิงข้อมูลจาก: www.superbikemag.com สินค้าที่เกี่ยวข้อง -5% Pirelli ANGEL SCOOTER … 5,560.00฿ Original price was: 5,560.00฿.5,290.00฿Current price is: 5,290.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -5% Pirelli DIABLO ROSSO S… 5,470.00฿ Original price was: 5,470.00฿.5,200.00฿Current price is: 5,200.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -5% Pirelli ANGEL SCOOTER … 3,730.00฿ Original price was: 3,730.00฿.3,550.00฿Current price is: 3,550.00฿. หยิบใส่ตะกร้า -5% Pirelli DIABLO ROSSO S… 4,940.00฿ Original price was: 4,940.00฿.4,700.00฿Current price is: 4,700.00฿. หยิบใส่ตะกร้า

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน

Entered passwords don't match

Showpow Performance | ศูนย์บริการ รถบิ๊กไบค์ แอดเวนเจอร์